บทที่ 6 ผิดใจกับมารดา
บทที่ 6
ผิดใจกับมารดา
ข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวานดังไปทั่ว ทั้งตลาด ร้านน้ำชา และเหลาอาหาร ไม่มีใครที่ไม่พูดถึงเรื่องนี้ การตบตีกันของสตรีสามคนช่างเป็นเรื่องน่าสนใจ
อี้เยว่ฟังข่าวลือที่เซี่ยเซี่ยเล่าด้วยใบหน้าไม่พอใจก็หัวเราะเสียงดังลั่น
ในข่าวบอกว่าสตรีสามคนตบตีแย่งชิงโจวเว่ยคัง คนแรกคืออินผิงที่เป็นว่าที่พระชายา คนที่สองคืออี้เยว่ที่กุ้ยเฟยกำลังสู่ขอให้แต่งให้โจวเว่ยคังอีกคน ส่วนคนที่สามคือคนที่น่าสงสารที่สุดเพราะอยู่ดี ๆ ก็ถูกคนเข้ามาหาเรื่องอย่างฉีฉี
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนกุข่าวลือออกมาได้ขนาดนี้ อี้เยว่ที่นั่งมองเรื่องราวกลับกลายเป็นตัวละครที่ตบตีกับอินผิงแย่งบุรุษ
“ข้าอยากตบปากพวกนางนัก กล้าดียังไงถึงได้มาว่าท่านหญิงเช่นนี้”
เซี่ยเซี่ยพูดไปก็หงุดหงิดไป
“ช่างเถอะ ข่าวลือก็เป็นแบบนี้ คนที่เห็นเหตุการณ์จริง ๆ มีเพียงเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ แต่คนที่เอาไปพูดสนุกคือแม่ค้า ชอบนินทาผู้อื่น เรื่องที่ออกมาแบบนี้ปกติแล้ว คนรู้ไม่จริงย่อมแต่งเติมเรื่องราวให้เล่าสนุกขึ้น ยิ่งมีคนที่คอยยุให้เข้าใจผิดยิ่งแล้วใหญ่”
“ท่านหญิงหมายถึง…”
เซี่ยเซี่ยแสดงสีหน้าตกใจเพราะเรื่องนี้นางพลาดเอง นางมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้ยังไงกัน
“ใช่ ส่งคนของเราออกไปจัดการควบคุมเสีย เมื่อวานเพราะมัวแต่ห่วงงานเกินไป ข้าจึงหลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ถือว่าก้าวช้ากว่าน้องสาวที่น่ารักไปมาก นางถึงได้สร้างข่าวลือหาว่าข้าตบตีน้องสาวตัวเองแบบนี้ ไม่น่ารักเอาเสียเลย”
“เพคะ หม่อมฉันจะเร่งจัดการ ข่าวลือต้องเปลี่ยนทิศทางแน่นอน”
“ข้าเชื่อมือเจ้า”
เสียงต่อว่าดังออกมาจากตำหนักใหญ่ที่รอบด้านคือสวนดอกไม้ แม้สวนจะกว้างมากขนาดไหนยังไม่อาจจะห้ามไม่ให้คนที่อยู่นอกสวนได้ยินเสียงของผู้ที่เป็นเจ้าของตำหนัก
“เจ้าพูดใหม่ซิ เจ้าว่าอะไร”
เหลียนฟางเอ่ยถามบุตรชายที่นางภูมิใจนักหนา ไม่คิดเลยว่าเขาจะมองข้ามทุกอย่างที่นางเหนื่อยยากเตรียมตัวเอาไว้ให้เพื่อสตรีเพียงคนเดียวที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาพระนางเลย
โจวเว่ยคังคือว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไป เป็นความหวังของนางที่จะได้เป็นไทเฮาในอนาคต
นางจึงวางแผนการ เตรียมความพร้อม อะไรที่คิดว่าดีเหมาะสมฐานะผู้เป็นบุตร นางหามาให้เขาด้วยตัวเองทั้งสิ้น
อินผิงคือสตรีที่เพียบพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะชาติกำเนิด ฐานะทางสังคม เป็นสตรีที่มีชื่อเสียงดีงาม ตระกูลอินเองก็เป็นตระกูลเก่าแก่ที่ฝ่าบาทไว้วางใจมากที่สุด
ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่นางเพียรพยายามกำลังถูกบุตรชายพังมันลงด้วยตัวเอง
“เสด็จแม่ ข้ามีคนรักแล้ว ข้าไม่อาจทำร้ายจิตใจนางได้โดยการมีสตรีอื่นมากมายก่อนแต่งกับนาง”
โจวเว่ยคังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เขาอยากให้มารดาเข้าใจเขาและช่วยเหลือเขาเรื่องนี้
“เจ้าบ้าไปแล้ว”
เหลียนฟางอยากจะดึงสติบุตรชาย แต่ดูจากสีหน้าแววตาก็รู้ว่าตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ บุตรชายที่เชื่อฟังทำตามที่นางสั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปราวคนละคน
“เสด็จแม่ ได้โปรดส่งเสริมลูกด้วย”
“นังเด็กนั่นมีอะไรดี ฐานะ ชื่อเสียง อำนาจหนุนหลังที่ช่วยส่งเสริมเจ้าได้ มันมีอะไรบ้างเจ้าถึงคิดยกมันขึ้นมาเหนือผู้อื่น ส่วนคนที่เจ้าไม่เห็นค่า นางรักเจ้ามานาน อินผิงตั้งแต่ที่ข้าเห็นนางดีกับเจ้าเสมอมา คอยดูแลส่งเสริมเจ้าตั้งแต่ยังไม่ได้หมั้นด้วยซ้ำ นางผิดอะไรเจ้าถึงจะไปขอถอนหมั้นแล้วเอานังเด็กไม่มีอะไรดีคนนั้นขึ้นมาแทนที่ ไหนจะท่านหญิงอี้เยว่อีก แม่พูดไปแล้วเจ้าจะมาทำให้แม่เสียคำพูดไม่ได้”
โจวเว่ยคังรู้ดี แต่เขาไม่อาจทำร้ายจิตใจคนรักได้จริง ๆ เพียงเกิดเรื่องวันนี้ฉีฉีก็ออกปากว่าทุกอย่างเป็นเพราะนาง หลังจากนี้นางจะไม่ขอพบหน้าเขาอีก เพียงคิดว่าต้องไม่ได้พบหน้า ต้องห่างกันหลังจากที่เพิ่งกลับมาเจอ เขาก็เจ็บปวดจนทนไม่ได้
แม้การกระทำตอนนี้จะส่งผลร้ายแรงเขายินดีที่จะรับมัน
“เสด็จแม่ ข้ารักนาง…”
เพียงเท่านี้เหลียนฟางก็กรีดร้องด้วยทำอะไรผู้เป็นบุตรชายไม่ได้ นางไม่รู้ว่านางต้องพูดอะไรอีกถึงทำให้บุตรชายเห็นว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น
“เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเจ้าเลือกนังเด็กไม่มีหัวนอนนั่นแลกกับอำนาจ บัลลังก์ และทุกอย่างในอนาคตของเจ้า”
โจวเว่ยคังเงียบไป เขาเงยหน้ามองมารดา ตั้งแต่เด็กจนโต มารดาบอกเขาเสมอมาว่าเขาคู่ควรที่จะเป็นฮ่องเต้ เขามีความสามารถ แล้วทำไมคนมีความสามารถต้องอาศัยอำนาจอื่น
“ท่านแม่ ท่านต้องเชื่อใจข้า ข้าสามารถเป็นฮ่องเต้ได้แน่”
“หึ ตลกเกินไปแล้ว อำนาจขุนนางคือสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องควบคุมและดึงใจให้พวกเขามาอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่ที่เจ้ากำลังทำคือการเป็นศัตรูกับขุนนาง เจ้าไม่เหลือขุนนางทั้งสองฝ่ายแล้วหลังจากนี้ใครจะส่งเสริมเจ้า ฝ่ายขุนนางบุ๋นเป็นของตระกูลอิน ฝ่ายขุนนางบู้เป็นของชินอ๋อง เจ้าปฏิเสธทั้งสองทาง ยังคิดว่าจะเป็นฮ่องเต้ได้อีกหรือ”
เหลียนฟางไม่คิดว่าบุตรชายจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา การเป็นศัตรูกับขุนนางทั้งหมดไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
โจวเว่ยคังกำหมัดแน่น เขาอยากพิสูจน์ให้มารดาได้เห็นว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นไปได้ ขอเพียงมารดาเห็นชอบและสนับสนุนเท่านั้น
“ข้าจะทำให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากมากแค่ไหน”
“ไม่ได้ อย่างน้อยเจ้าต้องเลือกใครสักคน แม่ให้เจ้าเอานังเด็กนั่นมาเป็นอนุได้เท่านั้น”
“ฉีฉีนางสำคัญกับข้ามาก เสด็จแม่ ข้าไม่อาจจะให้เพียงฐานะต่ำต้อยเช่นนั้นกับนาง”
สายตาไม่ยินยอมของบุตรชายบีบเหลียนฟางอีกหน
“เจ้าจะเอายังไง แต่แม่ไม่ยอมให้เจ้าทิ้งอำนาจไหนทั้งสิ้น เจ้ารู้ดีว่ามันไม่ง่าย อย่าทำตัวเป็นคนปิดหูปิดตาหน่อยเลย หากไม่มีตระกูลอินหนุนเรา องค์ชายที่ถูกลืมไม่ได้โผล่ขึ้นมาจากโคลนตมแน่ อำนาจที่เจ้าอยากได้ต้องแลกมาด้วยอะไรสักอย่าง คนเราสมหวังกับทุกอย่างไม่ได้”
โจวเว่ยคังอึดอัด เขารู้ดี มันคือความจริงที่เขาพยายามบอกตัวเองว่าเขาสามารถผ่านมันไปได้ เขาจะทำได้ถ้ามารดาเห็นด้วย แต่ในความเป็นจริงมันยากมากที่จะทำแบบนั้น
“เอาอย่างนี้ เช่นนั้นแต่งนางเป็นชายารอง ส่วนอินผิงและอี้เยว่เป็นชายาเอกทั้งคู่ จบงานแต่งชายาเอกสักสามเดือนค่อยแต่งนางตามเข้ามา”
“ข้าไม่อาจจะแต่งท่านหญิงอี้เยว่ได้ท่านแม่ ท่านแม่ก็รู้ว่าหากข้าแต่งท่านหญิงอี้เยว่ ฉีฉีจะถูกต่อว่าที่คิดมีสามีคนเดียวกับพี่สาวที่สูงศักดิ์กว่า ไหนจะถูกกดดันอีก”
เหลียนฟางแทบกระอักเลือด นางคิดว่าหลังแต่งชายาเอกค่อยว่าเรื่องนี้เพราะอย่างไรถึงบุตรชายจะรักมาก แต่ก็ยังต้องสนใจคำครหาจากผู้คน สุดท้ายเขาจะแต่งกับนังเด็กนั่นไม่ได้
ใบหน้าของเหลียนฟางแดงก่ำไปด้วยโทสะจนกลั้นแทบไม่ได้ เมื่อคิดอีกรอบก็คงต้องอ่อนให้บุตรชายสักหน่อย ดีกว่าให้บุตรชายจัดการแล้วเรื่องแย่ไปมากกว่านี้
“ข้าจะพูดในฐานะแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่งอินผิงเป็นชายาเอกเสีย หากเจ้าจะแต่งนังเด็กนั่นเป็นชายารองแม่ไม่ขัด แต่ว่ามันจะไม่มีความสำคัญเกินอินผิงหรือเสนอหน้ามาเทียบเคียงได้ หากเจ้าไม่ทำตามที่แม่ว่า หลังจากนี้ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก ถึงแม่อยากให้เจ้าเป็นฮ่องเต้มากแค่ไหน แต่ถ้าเจ้ากลายเป็นคนโง่เพราะความรักที่เจ้ากำลังหลง แม่ก็ไม่คิดส่งเสริมคนโง่ให้ตัวเองเหนื่อยเปล่า กลับไปได้แล้ว”
โจวเว่ยคังโต้เถียงอะไรไม่ได้อีก ทำได้เพียงหันหลังเดินออกมาจากตำหนักของผู้เป็นมารดา สิ่งที่เขามาร้องขอ ตัวเขารู้ดีว่ามันยากที่จะเป็นไปได้
“องค์ชาย”
เสียงของคนสนิทที่ดังขึ้นทำให้โจวเว่ยคังถอนหายใจออกมา
“ตอนนี้ฉีฉีอยู่ไหน”
“คุณหนูฉีฉีรอองค์ชายที่สวนนอกเมืองพ่ะย่ะค่ะ”
วันนี้เขานัดให้นางออกมาเพื่อบอกความต้องการ เขาหวังว่านางจะยอมเพื่อที่ทุกอย่างง่ายขึ้น แล้วเขากับนางจะได้อยู่ด้วยกัน
เมื่อวานนางออกปากว่าเพราะตัวเองกลับมา เขาถึงได้ผิดใจกับตระกูลอิน ฉีฉีของเขาช่างอ่อนโยน นางพูดทั้งน้ำตาว่านางยอมได้ ยอมให้เขามีคนที่ดีเคียงข้างเพื่อส่งเสริมให้เขาไปถึงจุดที่ต้องการ ส่วนนางจะไปจากเขา เฝ้ามองเขาห่าง ๆ เพื่อให้เขาไม่ต้องลำบากใจ แต่เขาไม่ยอม
เขาไม่มีทางยอมเสียนางเป็นครั้งที่สอง
